Directional Earth Fault Protection
Directional Earth Fault Relay มักจะถูกนำมาใช้ในงานที่มีลักษณะดังนี้
- ใช้งานร่วมกับ Directional Over Current Relay
- ใช้ในระบบ Ungrounded
- ใช้ในระบบที่มีการต่อ Reactor Grounding
- ใช้ในงานที่ Earth Fault Relay มีความไวไม่เพียงพอ โดยที่ Directional Earth Fault Relay อาจจะสามารถทำงานได้รวดเร็วกว่า
Relay Connections.
โดยทั่วไปแล้ว Directional Earth Fault Relay จะใช้สัญญาณ input เพียง 2 สัญญาณในการตรวจจับ earth fault สัญญาณเหล่านั้นคือ residual voltage และ residual current

รูปที่ 1 Relay Connections
Residual Voltage และ Residual Current Residual voltage
เป็นสัญญาณตัวหนึ่งที่ Directional Earth Fault Relay นำมาใช้ตรวจจับ earth fault ซึ่งเราสามารถวัดได้จากการต่อ voltage transformer ดังรูปที่ 1 ด้าน primary ของ voltage transformer ต่อแบบ Y ลง ground ส่วนด้าน secondary จะต่อแบบ broken delta โดยแรงดันที่วัดตกคร่อมที่ terminal จะมีค่าเท่ากับผลรวมทางเวคเตอร์ของแรงดันเฟสทั้ง 3 เฟส ซึ่งเราเรียกว่า residual voltage
ขณะที่แรงดันทั้ง 3 เฟส สมดุล residual voltage จะมีค่าเท่ากับศูนย์ แต่ในขณะที่ระบบเกิด earth fault, residual voltage จะมีค่าเท่ากับแรงดันเฟสที่ลดลงของเฟสที่เกิด earth fault โดยสามารถอธิบายได้ตาม phasor diagram ในรูปที่ 2

รูปที่ 2 residual voltage phasor diagram
สัญญาณอีกสัญญาณหนึ่งที่ใช้ในการตรวจจับ earth fault คือ residual current โดยที่ residual current คือผลรวมทางเวคเตอร์ของกระแสในแต่ละเฟส สามารถวัดได้จากการต่อ current transformer ทั้ง 3 เฟส แล้วนำมาขนานกันดังรูปที่ 1
เราสามารถเขียนวงจรสมมูลในระบบ sequence network ขณะเกิด single line to ground fault ได้ดังรูปที่ 3

รูปที่ 3 วงจรสมมูลในระบบ sequence network ขณะเกิด single line to ground fault
จากระบบ sequence network เรารู้ว่า


โดยที่ α=1 120° เรารู้ว่า residual voltage คือผลรวมของแรงดันทั้ง 3 เฟส ดังนั้นเราจะได้ว่า

ในทำนองเดียวกัน เราจะได้ว่า
![]()
จากรูปที่ 3 เราสามารถเขียนความสัมพันธ์ของ zero sequence voltage และ zero sequence current ได้ดังนี้
![]()
หากเรานำสมการที่ 6 มาคูณด้วย 3 ทั้ง 2 ข้างของสมการเพื่อแสดงความสัมพันธ์ของ Residual Voltage และ Residual Current ได้ดังนี้
![]()
จากสมการที่ 7 ทำให้เราทราบว่า Residual Voltage และ Residual Current จะมีมุมเฟส shift กันอยู่ โดยจะขึ้นอยู่กับ zero sequence impedance ซึ่งโดยทั่วไป residual current จะล้าหลัง residual voltage ด้วยเหตุนี้เองจึงต้องมีการตั้งค่า Relay Characteristic Angle (RCA) ดังนี้
-
Resistive earthed system : 00 RCA
-
Distribution System , solidly earthed : -450 RCA
-
Transmission System , solidly earthed : -600 RCA
เหตุผลที่มีการตั้งค่า RCA ต่างกันในแต่ละระบบจะขึ้นอยู่กับความแตกต่างของอัตราส่วน resistive impedance และ inductive impedance (R / X) ที่พบในแต่ละระบบ
จัดทำโดย
ชาญวิทย์ ครูแก้ว
มนตรี ศรีสุภา




